Diary

กลับมาอีกครั้งอย่างหน้ามึน สองวันที่ผ่านมาตื่นสายมาก ล่องลอยไปโรงเรียนสุดฤทธิ์

ขี้เกียจและเหนื่อย ประหนึ่งว่าง่อยจะรับประทาน ไม่อยากลุกออกจากที่นอนอีกต่อไปแล้ว

วันนี้วันสุดท้ายของงานมีคอนเสิร์ต ของบอกว่ามันส์มากกกกกก

แด๊นซ์กระจาย หลังจากที่โด๊บคาปูชิโน่ร้อนหนึ่งแก้ว คึกเหมือนโด๊บยาม้าซักห้าเม็ด

งานนี้คัดสรรมาแต่ท่าเสี่ยวๆ ป่วงๆ ขนาดช่างกลฯยังอาย กูทำไปด๊ายยยยยยยยย คึกไงคึก - -"

ลืมไปแล้วว่ากรูคือผุหญิง 55555555+ นึกแล้วรุสึกภูมิใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตกรูได้สลัดคราบเด็กเรียนเรียบร้อยไปหมดสิ้น

สก๊อยมาเองค่ะงานนี้ - -"

เสื่อม

พอเสร็จงาน เหมือนง่อยจะรับประทานรอบสอง เดินไม่เป็นซะงั้น เดินๆไปเหมือนจะเซล้มคว่ำคะมำหงาย

ขึ้นรถเมล์ก็นึกว่า คิม แจจุงเป็นคนขับ กร๊ากกกกกก อินี่เมาแดดของจริง คนขับหัวหงอกเสือกมองเป็นหัวทอง ถุยชีวิต - -"

พอเท่านี้ ก่อนที่จะไม่มีที่ซุกกบาลหัว เรื่องต่อไป

--------------------------------------------------- 

จะมาแจ้งประกาศว่าประมาณเดือนห้าเดือนหกจะมีทริปพิเศษที่ยิ่งใหญ่

 

 

นั่นคือการไปทัวร์ญี่ปุ่นๆๆๆๆๆ

 

ตอนนี้กะลังอยู่ขั้นตอนของการศึกษาค้นคว้าดำเนินการ


ที่สำคัญ ทริปนี้บินเดี่ยว (อีกแล้ว) ไปกับพี่ๆ สมาชิกแก๊งค์ชะนีโทโฮ  (แอบอินเตอร์สักนิด 5555555)

เพื่อไปดูคอนเสิร์ตของโทโฮชินกิที่กำลังจะมาถึงไม่นานนี้


เรื่องบัตรคอนไม่ค่อยซีเรียส ไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไร อิชั้นขอให้ได้ไปเที่ยวแถวนั้นก็พอ กร๊ากกกกกก

ซึ่งหลังจากนี้ไปยังไม่รุชะตากรรม หากรุก็จะนำมาอัพเดตให้เป็นเกียรติเป็นศรีแก่บล็อกอีกครั้ง

จบข่าว

-----------------------------------------------------

ปล.1 เมื่อหลายวันก่อนมีคนมาพบรักกะอิชั้นอีกแล้ว คราวนี้บนรถเมล์ (เสื่อม)
จะจีบก็ไม่จีบ จ้องจะแดกหัวกบาลกรุอยู่ได้ แถมมีการมาแต๊ะอั๋ง โอบทางอ้อม (ฟายทุยเอ๊ยยย)

ปล.2 พึ่งแว๊กช์ขนขา สามวันต่อมามันขึ้นมาอีกแล้ว (เสื่อมรอบ 2) กรุจะแว๊กซ์ทำไมฟะ -*-

ปล.3 บางนาหนาวมาก

Day 1-4 Flying Alone Trip By LiGHT*

posted on 06 Jan 2009 18:25 by cherii  in Diary

 วันนี้ Alert มาก หลังจากที่ได้รัปประทานมอคค่าเย็นไปหนึ่งแก้ว ขมชิบหาย มอคค่าหรือเอสเปรชโซ่วะ!! -*-
งืม...ทั้งๆที่งานกองท่วมหัวแต่ก็ยังมีปัญญามาอัพบล็อกได้อีก คือวันนี้จะมาเล่าประสบการณ์การบินเดี่ยวของตัวเองให้ฟังค่ะ

เอาแบบสรุปรวบยอดเลยนะ ก็วันแรก คือไปถึงสนามบินแบบฉิวเฉียดเพราะรถติดแถบอโศกกับแจ้งวัฒนะ
ตอนแรกว่าจะออกเร็วๆแล้วล่ะแต่พอดีอิไลท์ห่วงสวย มัวแต่แต่งหน้าทำผม เลยออกช้า โดนด่าไปสองดอก

เป็นการบินเดี่ยวที่อัปปี้มากกกกก เพราะลืมวิธีใส่เข็มขัดจนต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้หญิงที่นั่งข้างๆ

ไปถึงสนามบินหาดใหญ่เวลาหกโมงกว่าๆ แต่กว่าญาติจะมารับก็ปาไปทุ่มกว่าๆสองทุ่มละ อ่านหนังสือพี่วิชัยจบไปสองรอบ
ดื่มน้ำโค๊กหมดไปหนึ่งแก้ว จากนั้นก็นั่งเฉยๆรอไปอีกสองชาติคน พอถึงเวลามีทหารในเครื่องแบบเต็มยศเดินมาเคาะกระจกตรงที่อิไลท์นั่ง
ทำยังกะรุจักกันมาเมื่อชาติที่แล้วอย่างนั้นแหละ -*- น่ากลัวอ่ะ ทหารลายพรางตัวดำๆหน้าโหดๆ มาตรวจระเบิดตูป่าวหว่า?
แถวนี้ไม่มีระเบิดนะคะพี่ หรือจะเดินมาเรียกให้หาที่หลบระเบิด - -" คิดไปต่างๆนานา จนกระทั่งป้าเดินมาหา

สรุปว่าพี่ทหารคนนั้นคือแฟนหนุ่มของพี่สาวข้าพเจ้าเอง ป๊าดดดดดดดด หล่อแล้วเหรอเนี่ย? ถ้าไม่ใส่เครื่องแบบตูคงนึกว่าโจรใต้
เล่นซะใจเสียเลย กลัวระเบิดอยู่ด้วย - -"

การไปเที่ยวครั้งนี้ถือว่าคุ้มมากกกกกกก มากกกกกกกถึงมากที่สุด เพราะฝนตกแม่งทุกวัน ไม่มีวันฟ้าใสเลย มีแต่วันฝนตก ตกมากตกน้อยก็ว่ากันไป
ก็ได้ไปเที่ยวมั่งแหละนะ แต่ไม่ค่อยหนุกอ่ะไม่อยากเล่า ส่วนมากไปเที่ยวห้าง ตูจะไปทำไมวะ? กรุงเทพก็มี -*-
ไปเที่ยวทะเลมาด้วย แต่ดันไปวันฝนตกอ่ะ คลื่นสูงหนึ่งถึงสองเมตร ฟ้าครึ้มๆ ประหนึ่งว่าสึนามิจะเข้า ไม่เล่าดีกว่า
อะควาเรียมก็ไปมาแต่ไม่ได้เข้า เนื่องจากข้าพเจ้ารู้สึกแฉะตูดไม่อยากลงไปเดิน ฝนก็ตกหนัก - -" แถมมันยังเก็บตังค์ค่าเข้าอีก
นั่งกินถั่วกินสาหร่ายอยู่บนรถแล้วก็ขับกลับบ้าน

ที่คุ้มสุดๆก็คงจะไม่พ้นเรื่องกิน กินและก็กิน บ้านที่ไลท์ไปอยู่เป็นบ้านพักนายทหาร ลุงอิไลท์เป็นทหารในค่ายที่หาดใหญ่นั่นแหละ
ลุงมีลูกสาวสี่คน ที่หน้าตาดี ขาว แต่แกเลี้ยงลูกเสียนิสัยไปหน่อยเรื่องการกิน ทำให้สามสาวคนโตกลายเป็นสาวใหญ่ไปเลย
ดังนั้นอิไลท์จึงรู้สึกภูมิใจที่เวลาไปอยู่บ้านนั้นเค้าก็มักจะชมว่าหุ่นดี ก๊ากกกก ทั้งๆที่อยู่กรุงเทพมักจะโดนด่าว่าอ้วนบ่อยๆ >,,<
แลดูภูมิใจยังไงก็ไม่รู้เน๊อะ 5555+

ก็....นะอย่างที่บอกไปว่าอยู่ที่นั่นกินคุ้มที่สุดเพราะว่า กินอยู่ตลอดเวลา พี่สาวไลท์ทั้งสองคน ใจดีมาก น้องสาวทั้งสองก็น่ารักเหมือนกัน
เพราะไม่ว่าจะมีอะไร ทุกคนก็จะเรียกอิไลท์ไปกินด้วยตลอด ชนิดที่เรียกว่ากินแบบไม่หยุดปากกันเลยทีเดียว
แล้วอาหารทะเล ไม่ต้องพูดถึงเพราะว่าอยู่ที่นั่นกินทุกวัน กุ้งหอยปูปลาหมึกบลาๆๆสารพัด แล้วไม่ใช่กินน้อยๆนะ
พอเค้ารุว่าอิไลท์อบกินหอยแครงมากเค้าก็ซื้อมาลวกให้กินเป็นถังเลย ป๊ะจ๊าวววววข้าวไม่กินอีกแล้ว
กินจนรุสึกว่าไม่อยากจะกินอะไรอีกต่อไปแล้วอ่ะชาตินี้ กินจนปวดท้องเลย จิงๆ TT^TT

ขากลับลุงกับป้าใจดีมากออกค่าเครื่องบินให้ด้วย ขอบคุณนะค๊ะ ซึ้งจริงๆเลย เด่วคราวหน้าจะไปรบกวนอีก
อย่างที่ป้าบอกแหละว่าเวลามันน้อยเกินไป แค่สี่วัน ยังไม่หายคิดถึงกันเลย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สำหรับหนู หนูว่ามันเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามาก
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลายปีจริงๆนะเพราะครั้งสุดท้ายที่ไปไลท์ยังอยู่ประถมอยู่เลย แต่ไลท์ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ไลท์มีความสุขมากที่สุด
พี่สาวไลท์ใจดีมาก และลุงกับป้าก็ใจดีมาก ไปคราวนี้ไลท์เอาตังค์ไปเยอะนะ แต่แทบจะไม่ได้ควักเงินจ่ายอะไรเลย ทุกคนออกให้หมด
ยังกับว่าไลท์เป็นลูกสาวอีกคนในครอบครัวอย่างนั้นแหละ ขอบคุณจริงๆค่ะ

---------------------------------------------------------------------

อับเดตวันสุดท้ายขึ้นเครื่องตอนกลับ มันเกือบจะไม่มีเรื่องเล่าแล้วนะ ถ้าคนที่นั่งข้างๆเป็นผู้หญิง -*-

เรื่องของเรื่องก็คือ ตอนกลับอิไลท์นั่งข้างๆผุชาย วัยกลางคน น่าจะประมาณสามสิบกว่าๆมั้ง
ผิวขาว หน้าแขกๆ มีเครานิดหน่อย ใส่แจ็คเก็ตดำกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนังจำไม่ได้  -*-
แต่แจ็คเก็ตเค้าเท่ห์มากอ่ะเหมือนเคยเห็นผ่านๆตามนิตยาสาร ใส่รีเทนเนอร์ แน่นอนว่าแกคงเคยดัดฟันมาก่อน
เค้าเข้ามานั่งคนสุดท้าย แล้วทำท่าใส่เข็มขัดไม่เป็น อิไลท์ก็คนดีไง ช่วยบอกเค้าว่าใส่ยังไง เพราะว่าขามาตัวเองก็ใส่ไม่เป็นเหมือนกัน
แล้วเค้าอิพูดใต้ใส่ ซึ่งอินี่ฟังไม่รุเรื่อง - -" (อิไลท์นี่ลูกคนใต้ซะเปล่าวะ แหลงใต้ไม่เป็น)
เค้าก็ถามว่าคนกรุงเทพเหรอ มาทำไร อยู่แถวไหน ถามทั่วไปอ่ะ อิไลท์ก็ไม่ได้คิดอะไร

คุยไปซักพักก็นอนใส่ผ้าปิดตา เขียนว่า "I want to sleep. You understand?"
อันนี้จิ๊กมายืมใส่ก่อนจะซื้อใหม่แล้วส่งให้จุนซูกะยูชอนใช้ 5555+ แต่เมื่อหลายวันก่อนเห็นมันมีแล้วอ่ะ
เป็นผ้าปิดตาสีเขียวอ่อนเขียนว่า "Sleeping Beauty" แรดว่ะ สวยนักเหรอยะ? เอาของชั้นไปใส่เถอะว่ะ แอร์เห็นยังอายอ่ะ

พอๆ โฆษณาผ้าปิดตามามากพอละ เด่วไม่จบ

ต่อ

หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยไรกันอีก เค้าก็หลับเหมือนกัน จนกระทั่งมาถึงดอนเมือง ตอนจะลง อยู่ดีๆเหมือนเค้าจะรู้สึกว่าได้มาพบรักกลางอากาศ
เค้าก็หันมาขอเบอร์ซะงั้น "น้องๆขอเบอร์หน่อยดิ"
ฟายยยยยยยยยย เมิงเล่นงี้เลยเหรอ แล้วไม่ใช่ไร เสียงดังอ่ะ กูอายเค้าาาาา แม่งจีบกันอากาศอย่างงี้เลยเด่ะ
อิไลท์ก็ตอบไป "เอาไปทำไรอ่ะ เอาเมล์ไปแทนไม่ได้เหรอ?" คือ...เมิงต้องการเบอร์กูไปทำไรมิทราบ? แล้วเมิงด้านมากอ่ะ
"นะขอเบอร์หน่อย เบอร์ไรอ่ะ" ฮียังไม่เลิกมุขเดิม คือ...เมิงไม่เข้าใจรึไงว่ากูกะลังปฏิเสธเมิงทางอ้อมอยู่ค่ะ เอิ่มมมมมมมม
นั่งพิจารณาอยู่ซักพัก เอาวะ ไม่เป็นไร กูมีสองเบอร์ เมิงกล้าขอ กูก็กล้าให้วะ
แต่ดูท่าทางว่าโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องของเขาแลดูไม่มีสกุลรุณชาติยังไงไม่รุอ่ะ โนเกียรุ่นเก่า - -"
ระหว่างที่พิมเบอร์เค้าก็ถามว่ากลับบ้านยังไง อยู่แถวไหน เคยไปพิษณุโลกมั้ย
อินี่ก็บอกๆไป ไม่คิดไรหรอก คือบอกรวมๆ ไม่ได้ระบุสถานที่แน่ชัดอ่ะ ก็บอกไปว่าบ้านอยู่ย่านๆนี้แหละ
ละก็มีบ้านอยู่เชียงใหม่ ซอกไหนรูไหนถ้าเมิงจะมาก็หาเอาเองละกัน กูไม่โง่วบอกหมดหรอก ฮ่าๆๆๆๆๆ

ละอิไลท์ก็ถามกลับว่ามาทำงานกรุงเทพเหรอ เค้าก็บอกว่าป่าวทำงานอยู่พิษณุโลก แล้วบอกว่าอิไลท์อ่ะ เหมือนหลานเค้าเลย
(อยู่ดีๆก็เกิดคิดถึงหลานตัวเองขึ้นมาซะงั้น แล้วแม่งเกี่ยวไรกะกูวววววววววววววว TT^TT)

เสร็จแล้วคนก็ทยอยๆเดินออกไปแต่อิไลท์รอเดินออกท้ายๆเพราะขี้เกียจเบียดกะคนเยอะๆ ซื้อของฝากมาเยอะมากมันหนักอ่ะ
แต่พอออกไปแล้ว ไอลุงคนนั้นยังมีการมายืนรอ แถมจะช่วยถือของ แต่อิไลท์บอกว่าไม่ต้องช่วยไม่ค่อยหนัก
(ตูกัดฟันพูดไปงั้นแหละที่จริงแล้วแม่งโคตรหนักเลย - -")

แล้วเหมือนเค้าจะพยายามจะเดินข้างๆ เลิกตามกูซักที เมิงไม่ใช่เสปคกรุหรอกไอคุณลุง - -"
อิไลท์ก็เลยรีบเดินไปอย่างรวดเร็ว ไปถึงก็ลากรถเข็น ซึ่งมันปัญญาอ่อนมากอ่ะ
ที่หนามบินอื่นเค้ากดแล้วมันจะเบรคแต่ที่นี่แม่กดแล้วมันถึงจะไปปล่อยไว้เฉยๆมันเสือกเบรค
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ตูจะบ้า ถ้ากระเป๋ามาช้ากว่านี้อีกหน่อยตูคง ลงไปนั่งชักดิ้นชักงอกะพื้นแล้วอ่ะ

แต่โชคดีที่กระเป๋ามาเร็ว อิไลท์รีบฉวยมาใส่รถเข็นแล้วลากออกไปเลยอ่ะ เห็นว่าพ่อกับแม่ยืนรอยู่ตรงประตูทางออก

ตอนแรกกะจะไม่บอกแม่แล้วนะว่าเกิดไรขึ้นแต่แม่ถามว่าทำไมได้ของว่างมาสองชุด อิไลท์ก็เลยบกอไปว่าลุงคนนั้นให้มา
แล้วก็เล่าว่าเค้ามาขอเบอร์เล่าแม่งหมดอ่ะ

แม่ก็บอกว่าทำไมไม่ให้เบอร์แม่ไปวะไรงี้ แต่อิไลท์คิดว่าเค้าคงไม่โทรมาหรอก
แต่ไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อวันจันทร์เค้าโทรมาตอนกลางวัน  ดีนะที่เอาโทรศัพท์ไว้บ้าน
มีลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าเค้าอาจจะโทรมา เอออออออ แม่รับ ดีละ ตูรอดไป
แล้วมะคืนวันเดียวกันตอนเกือบเที่ยงคืน มันโทรมาอีกค่ะพี่น้องงงงงงง มีการติดตามผลงานรอบสอง
รับมาเสียงแก่มากกกกกก ดีนะที่แม่นอนอยู่ข้างๆ ก็เสร็จแม่เลย อิไลท์ยื่นให้แม่ แม่เลยบอกไปว่านี่เบอร์แม่
มีธุระไรกะไลท์ มันก็คับๆไม่กวนแล้วละก็วางไป

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เมิงจะจีบกรูเหรออออ?
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีผุชายโทรมาจะจีบ หลังจากครั้งสุดท้ายตอนม.ต้น ที่มีทั้งผุชาย และ ทอม มาจีบ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ทำให้รู้ว่า ตรูเองก็มีเสน่ห์อยู่นะเนี่ย ถึงขนาดมีการโทรมาตั้งสองครั้ง

แต่อยากจะบอกว่า ลุงคงไม่รุว่าอิไลท์อายุแค่ 16 เพราะวันนั้นแต่หน้าจัด - -"
คิดจะพรากผุเยาว์เหรอลุงงงงงง - -"

ปล.1 ตูหน้าแก่รึเปล่าเนี่ย -*-
ปล.2 อายุ 30 กว่า โทรมาสองรอบ ถือว่า ตูยังผ่านใช่มะ งั้น อายุ 20 21 22 ก็คงผ่านแหละ
ปล.3 ลุงอย่าโทรมาอีกน๊าาาาาาาา

ขอด่าตัวเองทีเหอะ กูนี่หน้ามึนใช้ได้เลยว่ะห่าลากกกกกกกก

กว่าจะจองตั๋วเครื่องบินได้ แทบจะตีลังกาดับดิ้นไป 5 ตลบ

บอกตามตรงนะ การจองตั๋วเครื่องบินเองเป็นอะไรที่เกินสติสัปชัญญะอันง่องง่อยของเด็ก ม.5 คนนี้อ่ะ

หรือคนอื่นอาจจะไม่เป็นอย่างไลท์......ก็บังเอิญกุโง่ไง - -"

ตอแหลจะเอาสายการบินไฮโซ แต่สุดท้ายต้องแยกร่างไป-กลับคนละสายการบินอ่ะ

แต่ขากลับกรุเอาการบินไทยโว้ยยยยย ห้ามใครแย่งนะ!!! เด่วแม่หยิกตับเล็ด!!!

ตอนแรกดูจากการบินไทย ขาไปเอ็งถูกมากกกกกกก หลงเต็มที่อ่ะนึกว่าหกโมงเย็น ถึงทุ่มนึง

อิควายทุยเอ๊ยยยย!! เจือกมองหกโมงเช้าเป็นหกโมงเย็น ไงล่ะ ดีนะยังไม่ทันได้จิ้มซื้อไป

ไม่งั้นวันไปไลท์คงไม่ต้องสอบสองวิชาสุดท้าย ซ่อมกันบานตูดอ่ะ -*-

แล้วนั่งมึนเช็คอยู่ตั้งนาน อันไหนถูกกว่าอันไหนแพงกว่า

อินี่คิดภาษีจิปาถะเป็นพันเลย ไอแสรดดดเมิงบริการอุ้มกรุขึ้นเครื่องด้วยป่ะ?

นี่นั่งงมมันตั้งแต่ทุ่มกว่าๆ มาจองเสร็จตอน สี่ทุ่ม มึนมากกกกกกกกกกกกก

เงินมี เน็ตพร้อม จองได้ อะไรครบ แต่ปัญหามันอยู่ที่ช่องทางการชำระอ่ะ

คือ บางสายการบินจะให้เราใช้บัตรเครดิตจ่ายเท่านั้น เข้าใจป่ะ?

แต่ที่อยากได้จริงๆคือ จองทางเน็ตแล้วจ่ายทางตู้เอทีเอ็มไม่ก็ไปจ่ายที่เคาน์เตอร์

ซึ่งอันหลังนี่เป็นไปไม่ได้เลย (แล้วจะพร่ำทำพระแสงของ้าวบ้านเตี่ยเอ็งทำไมฟ่ะ -*-)

ช่างเหอะ เอาเป็นว่าได้ตั๋วขาไปมาแล้ว วันที่ 30 เวลา ห้าโมงตรง ณ ดอนเมือง

สายการบินนกแอร์ อิไลท์นี่เลือกชั้นพลัสเลยนะ (ขอกรุไปแบบหรูๆซักทีเหอะ)

แล้วแอ๊บแม่ว่า อิชั้นพันกว่ามันไม่ฟิกส์ที่ นั่งแล้วเจ็บตูด บลาๆ ห่าเหวบ้าคอแตกไรก็ว่าไป

แต่ที่ฮาก็คือ แม่ไม่เชื่อ เพราะอิไลท์หลุดพูดประโยคนึง ที่ว่า...

"ที่นั่งชั้นพันกว่ามันให้เดินเลือกที่เอาเอง ดีไม่ดี คนเต็มให้ยืนโหนเหมือนรถเมล์แหงม....เลย"

เอาอีกแล้ววววว อิฟายทุย!!!  โหนเครื่องบินใครเค้าทำกานนนน เมิงคนเดียวแหละได้ข่าวววววว

เออ อนาคตไม่แน่นะ มีโหนเครื่องบินยืนไปภูเก็ต เชียงใหม่ไรงี้ มีเข็มขัดห้อยลงมาจากผนังตรงกลางทางเดิน

แล้วให้เอาเข็มขัดนั่นคาดพุงแขวนตัวเองไว้บนนั้นจนกว่าเครื่องจะขึ้นไรงี้ -*- (คิดไปได้เน๊อะคนเรา)

ช่างแม่มมม แต่ตรูจองได้แล้วเว้ย เหลือแต่รอคุณนายไปโอนเงินตู้ แล้วรับบุ๊คกิ้งนัมเบอร์มาล็อกอินเลือกที่นั่ง

ขอริมหน้าต่างอีกล่ะ นั่งตรงกลางคงได้อ้วกพุ่ง ช่วงนี้นั่งรถนั่งรามึนหัวบ่อยๆ ไม่ค่อยดีเลย ท้องไส้ก็ไม่ดี -*-

เหลือแต่ขากลับที่ต้องไปรอลุ้นชนิดที่เรียกว่า กรุขอพลีกายตายเอาดาบหน้า หน้าเคานท์เตอร์การบินไทย

ต่อให้ ผู้ชายหล่อๆหน้าไหนมาฉุดรั้งอิชั้นก็ไม่ยอมมมมมมมมมม

หรือถ้าแน่จิงจะเอาดงบังชินกิเปลือยบนเปลือยล่างมาฉุดกรุก็ไม่ขอไปไหน (จะขอยืนดูพวกนั้นซักพัก ...แฮ่~)

จนกว่าจะได้ตั๋วขากลับชั้นประหยัดก๊ะด๊ะว๊ะ!!!

สุดท้ายนี้ อยากบอกว่า มะรืนนี้จะสอบกลางภาค หนังสือไม่อ่านซักตัว มัวแต่หมกมุ่นเรื่องเที่ยว แล้วกรุจาได้มั้ยว๊าาาาา~*